
สัมภาษณ์อย่างไรไม่ให้คนเก่งหลุดมือ
บริษัทส่วนใหญ่มองการสัมภาษณ์เป็นขั้นตอนที่บริษัทประเมินผู้สมัคร แต่ลืมไปว่ามันคือขั้นตอนที่ผู้สมัครประเมินบริษัทกลับด้วยความเข้มข้นพอกัน และผู้สมัครที่เก่งที่สุดคือกลุ่มที่มีตัวเลือกมากที่สุดเสมอ
ทีมของเราตามดูผู้สมัครตั้งแต่ใบสมัครแรกจนถึงวันเริ่มงาน จึงเห็นชัดว่าบริษัทเสียคนที่ใช่ไปตรงจุดไหนของกระบวนการ ส่วนใหญ่ไม่ได้แพ้ที่ข้อเสนอ แต่แพ้ที่รายละเอียดระหว่างทางซึ่งแก้ได้ทุกข้อ
1. นัดสัมภาษณ์ช้า คือการบอกว่าไม่ได้สนใจจริง
ช่วงเวลาที่ผู้สมัครสนใจบริษัทมากที่สุด คือช่วงไม่กี่วันหลังจากเขากดสมัคร ทิ้งไว้สองสามสัปดาห์กว่าจะติดต่อกลับ ความสนใจนั้นถูกที่อื่นเก็บเกี่ยวไปแล้ว บริษัทที่ได้คนเก่งอย่างสม่ำเสมอมักมีจุดร่วมเดียวกันคือ ติดต่อกลับเร็ว นัดเร็ว และเดินกระบวนการต่อเนื่องโดยไม่มีช่วงเงียบยาว
2. สัมภาษณ์หลายรอบเกินความจำเป็น
ทุกๆ รอบที่เพิ่มเข้ามา คือโอกาสอีกครั้งที่ผู้สมัครจะรับข้อเสนอที่อื่น หลายบริษัทเพิ่มรอบเพราะไม่มีใครกล้าตัดสินใจ ไม่ใช่เพราะได้ข้อมูลใหม่ หลักที่เราแนะนำคือ ก่อนเพิ่มผู้สัมภาษณ์หรือเพิ่มรอบ ให้ตอบให้ได้ว่ารอบนั้นประเมินอะไรที่รอบก่อนหน้ายังไม่ได้ประเมิน ถ้าตอบไม่ได้ แปลว่ากำลังเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่ได้อะไรกลับมา
3. ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้เตรียมตัว
ผู้สมัครเล่าให้เราฟังบ่อยครั้งว่า เข้าสัมภาษณ์แล้วรู้สึกว่าอีกฝั่งยังไม่เคยเปิดประวัติของเขาเลย คำถามวนซ้ำกับรอบก่อน หรือถามข้อมูลที่เขียนอยู่ในเอกสารชัดๆ สำหรับผู้สมัคร ผู้สัมภาษณ์คือหน้าตาขององค์กร ถ้าขั้นตอนที่บริษัทควรตั้งใจที่สุดยังดูไม่พร้อม เขาจะสรุปเอาว่าการทำงานจริงข้างในเป็นแบบเดียวกัน การใช้เวลาเตรียมก่อนสัมภาษณ์ไม่กี่นาที กับการตกลงกันในทีมว่าใครถามเรื่องอะไร เปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กรได้ทั้งใบ
4. สัมภาษณ์แต่ประเมิน ไม่เคยขาย
การสัมภาษณ์ที่ดีต้องทำสองอย่างพร้อมกัน คือประเมินว่าใช่คนนี้ไหม และทำให้เขาอยากมาถ้าใช่ หลายบริษัททำแต่อย่างแรก ใช้เวลาทั้งชั่วโมงซักถามฝ่ายเดียว แล้วเหลือเวลาห้านาทีสุดท้ายให้ถามอะไรก็ได้ ผู้สมัครเดินออกมาโดยไม่รู้เลยว่างานนี้น่าตื่นเต้นตรงไหน เผื่อเวลาให้การเล่าเรื่องงาน ทีม และเส้นทางเติบโตอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกับผู้สมัครที่คุณเริ่มรู้สึกว่าใช่
5. จบสัมภาษณ์แบบไม่มีกำหนดเวลา
คำว่าเดี๋ยวเราติดต่อกลับ โดยไม่บอกว่าเมื่อไหร่ คือการปล่อยผู้สมัครเข้าสู่ความเงียบ และความเงียบคือพื้นที่ให้ข้อเสนออื่นทำงาน จบทุกรอบด้วยการบอกขั้นตอนถัดไปและกรอบเวลาที่ชัด แล้วรักษาคำพูดนั้นจริง ถ้ากระบวนการล่าช้ากว่าที่บอก การแจ้งสั้นๆ ว่ายังอยู่ระหว่างพิจารณา ดีกว่าการหายไปเสมอ
6. ได้คนที่ใช่แล้ว แต่ยื่นข้อเสนอช้า
จุดที่น่าเสียดายที่สุดคือบริษัทตัดสินใจแล้วว่าเอาคนนี้ แต่ข้อเสนอใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าจะออกเพราะรออนุมัติภายใน ระหว่างนั้นผู้สมัครไม่รู้อะไรเลยนอกจากความเงียบ และนั่นคือช่วงที่เขารับข้อเสนออื่น ถ้ากระบวนการอนุมัติภายในของคุณยาว ให้เริ่มเดินเรื่องล่วงหน้าตั้งแต่เห็นผู้สมัครที่มีแนวโน้ม อย่ารอให้สัมภาษณ์จบทุกรอบก่อนแล้วค่อยเริ่มนับหนึ่ง ถ้าใช้บริษัทจัดหาพนักงานช่วยดูแล ที่ปรึกษาจะเป็นคนคอยประคองผู้สมัครในช่วงรอนี้ให้
คำถามที่พบบ่อย
กระบวนการสัมภาษณ์ทั้งหมด ควรใช้เวลานานแค่ไหน
ยิ่งสั้นยิ่งได้เปรียบ ตราบที่ยังประเมินได้ครบ จากที่เราเห็นในตลาด ผู้สมัครคุณภาพมักหลุดจากกระบวนการที่ลากเกินหนึ่งเดือนนับจากสัมภาษณ์รอบแรก เพราะระหว่างนั้นเขามีข้อเสนออื่นเข้ามาแทบเสมอ
ถ้าผู้บริหารที่ต้องร่วมตัดสินใจไม่ว่างจริงๆ ควรทำอย่างไร
ให้กระบวนการเดินต่อโดยไม่แขวนผู้สมัครไว้กับความเงียบ เช่นสลับลำดับรอบ ใช้การประชุมทางไกล หรือมอบอำนาจการตัดสินใจบางส่วนให้หัวหน้างานตรง สิ่งเดียวที่ไม่ควรทำคือปล่อยผู้สมัครรอโดยไม่มีข่าวเป็นสัปดาห์
ชนะใจผู้สมัครตอนสัมภาษณ์แล้ว เพียงพอหรือยัง
ยังไม่จบ ช่วงระหว่างตอบรับข้อเสนอจนถึงวันเริ่มงาน และช่วงเดือนแรกๆ ของการทำงาน คือช่วงที่ยังเสียคนได้อยู่ เราจะเขียนเรื่องนี้แยกไว้ในบทความเรื่องพนักงานใหม่กับช่วงทดลองงาน
ผู้สมัครหายไปหลังสัมภาษณ์ ป้องกันอย่างไร
จบทุกนัดด้วยการบอกขั้นตอนถัดไปและวันที่จะแจ้งผล แล้วทำตามนั้นจริง ช่วงเงียบคือช่วงที่ข้อเสนออื่นเข้ามา
ถ้าบริษัทของคุณเสียผู้สมัครดีๆ ระหว่างกระบวนการอยู่บ่อยครั้ง และอยากให้คนที่เห็นทั้งกระดานช่วยดูว่ารั่วตรงไหน ทีม Workwise ยินดีคุยครับ ดูรายละเอียดบริการสรรหาพนักงานประจำของเราได้ที่นี่