Hiring Foreign Employees in Thailand: Check Your Company’s Readiness First, Then Think About Visas
กลับไปหน้าบทความ

คู่มือจ้างพนักงานต่างชาติในไทย: เช็คความพร้อมบริษัทก่อน แล้วค่อยไปเรื่องวีซ่า

7 min readMarch 19, 2026ปรับปรุงล่าสุด October 28, 2026

บริษัทที่อยากจ้างชาวต่างชาติสักคนในไทย มักเริ่มจากคำถามว่า "ต้องทำวีซ่ากับ work permit ยังไง" ซึ่งเป็นคำถามที่ถูกครึ่งเดียว เพราะเอกสารสองใบนั้นเป็นแค่ปลายทาง ด่านจริงอยู่ที่ ความพร้อมของตัวบริษัทเอง เพราะเคสที่ล่าช้าหรือไปต่อไม่ได้ ส่วนใหญ่ติดที่ฝั่งบริษัท ไม่ได้ติดที่ตัวพนักงาน

บทความนี้เรียงให้ตามลำดับที่ควรคิดจริง เริ่มจากเงื่อนไขบริษัท แล้วค่อยไปเรื่องเอกสาร

เช็คฝั่งบริษัทก่อน กับสามเงื่อนไขที่ตัดสินว่าขอได้หรือไม่ได้

ทุนจดทะเบียน เกณฑ์หลักคือทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 2 ล้านบาทต่อใบอนุญาตทำงาน 1 ใบ (ลดเหลือ 1 ล้านบาท หากพนักงานต่างชาติคนนั้นสมรสจดทะเบียนกับคนไทย ส่วนผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในไทยได้รับยกเว้น) บริษัทที่อยากจ้างต่างชาติ 2 คน ก็ต้องมีทุนชำระแล้ว 4 ล้านบาท

สัดส่วนพนักงานไทย ในทางปฏิบัติ กรมการจัดหางานใช้เกณฑ์พนักงานไทย 4 คนต่อชาวต่างชาติ 1 คน เกณฑ์นี้เป็นแนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้เขียนเป็นมาตราในกฎหมาย แต่ในการยื่นจริงควรวางแผนตามนี้ (เกณฑ์ทั่วไปของกรมการจัดหางาน โดยลดเหลือ 1 ล้านบาทกรณีมีคู่สมรสไทย และมีข้อยกเว้นสำคัญสำหรับบริษัทที่ได้รับส่งเสริม BOI รวมถึงวีซ่าบางประเภทเช่น LTR/SMART ซึ่งไม่ติดสัดส่วนนี้)

ความพร้อมด้านทะเบียนและภาษี บริษัทต้องมีสถานะทางทะเบียนเรียบร้อย ยื่นภาษีเป็นปกติ และขึ้นทะเบียนนายจ้างกับประกันสังคมแล้ว บริษัทตั้งใหม่ที่เอกสารฝั่งนี้ยังไม่เข้าที่ ควรจัดการให้เรียบร้อยก่อนเริ่มกระบวนการ

หาและคัดผู้สมัครต่างชาติ: เช็คอะไรได้ตั้งแต่รอบสัมภาษณ์

เมื่อบริษัทผ่านสามเงื่อนไขข้างบนแล้ว ขั้นต่อไปคือหาคนให้ได้ จุดที่พลาดบ่อยคือคัดผู้สมัครต่างชาติด้วยเกณฑ์เดียวกับผู้สมัครคนไทยทั้งหมด แล้วค่อยมาเจอปัญหาตอนเตรียมเอกสาร ทั้งที่หลายเรื่องเช็คได้ตั้งแต่รอบแรก

เขียนขอบเขตงานจริงให้ชัดก่อนประกาศ งานที่เขียนในประกาศ งานที่คุยกันในห้องสัมภาษณ์ และงานที่จะระบุตอนยื่นใบอนุญาตทำงาน ควรเป็นเรื่องเดียวกัน ขอบเขตงานที่ชัดยังช่วยให้เห็นตั้งแต่ต้นว่าตำแหน่งนี้ไม่เข้าข่ายอาชีพสงวน

ถามสถานะปัจจุบันของผู้สมัคร ผู้สมัครอยู่ต่างประเทศหรืออยู่ในไทยแล้ว ถ้าอยู่ในไทย ถือวีซ่าประเภทไหน และยังทำงานกับนายจ้างรายอื่นอยู่หรือไม่ คำตอบเหล่านี้กำหนดลำดับเอกสารและเวลาที่ต้องเผื่อ

ขอดูวุฒิการศึกษาและหนังสือรับรองการทำงานตั้งแต่ช่วงคัดเลือก ทั้งเพื่อยืนยันประสบการณ์ที่ผู้สมัครเล่า และเพื่อเตรียมเอกสารฝั่งพนักงานไว้ล่วงหน้า ถ้าผู้สมัครที่เลือกไว้หาเอกสารยืนยันไม่ได้ ควรรู้ก่อนยื่นข้อเสนองาน

ทดสอบทักษะที่ใช้ทำงานจริง โดยเฉพาะภาษาที่ต้องใช้กับทีมและลูกค้า และการทำงานร่วมกับทีมคนไทย สองเรื่องนี้มักเป็นเหตุผลที่คนเก่งบนกระดาษไปต่อไม่ได้หลังเริ่มงาน

คุยเรื่องวันเริ่มงานที่เป็นไปได้จริง ผู้สมัครที่ย้ายมาจากต่างประเทศมีเรื่องต้องจัดการมากกว่าการแจ้งลาออก เช่น ระยะเวลาแจ้งลาออกตามสัญญาเดิม การย้ายครอบครัว หรือโรงเรียนของบุตร เมื่อนับรวมกับเวลาทำเอกสารในหัวข้อไทม์ไลน์ด้านล่าง จะได้วันเริ่มงานที่วางแผนได้จริง

ถ้าต้องการให้ช่วยหาและคัดผู้สมัครตั้งแต่ขั้นนี้ ดูวิธีทำงานของเราได้ที่ บริการสรรหาพนักงาน

เอกสารสองใบ และลำดับที่ถูกต้อง

Non-Immigrant Visa "B" ขอจากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ ก่อนพนักงานเดินทางเข้ามา โดยฝั่งบริษัทในไทยต้องเตรียมเอกสารรับรองการจ้างส่งไปประกอบ

ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ยื่นขอหลังพนักงานเข้าประเทศด้วยวีซ่า Non-B แล้ว พนักงานจะเริ่มทำงานได้เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้วเท่านั้น และขอบเขตงานต้องตรงกับที่ระบุไว้

หลังจากนั้นมีงานต่อเนื่องตลอดปี ทั้งการรายงานตัวทุก 90 วันของพนักงาน การต่ออายุวีซ่าและใบอนุญาตทำงานรายปี ซึ่งควรกำหนดคนรับผิดชอบให้ชัดตั้งแต่แรก เพราะการลืมกำหนดเหล่านี้มีผลตามกฎหมายทั้งฝั่งบริษัทและตัวพนักงาน

ตั้งแต่ 13 ตุลาคม 2568 ระบบ e-Work Permit บังคับใช้กับทุกคำขอใหม่ การต่ออายุ และการยกเลิก โดยใบอนุญาตทำงานเป็นรูปแบบดิจิทัลแทนเล่มเดิม

ถ้าต้องการให้ Workwise ดูแลวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน และเงินเดือนของพนักงานต่างชาติให้ทั้งหมด ดูรายละเอียดที่ บริการจ้างพนักงานต่างชาติ (Expat)

งานที่ชาวต่างชาติทำไม่ได้

กฎหมายไทยสงวนอาชีพจำนวนหนึ่งไว้สำหรับคนไทย เช่น งานบัญชี งานนายหน้าบางประเภท และงานฝีมือหลายแขนง ก่อนตกลงตำแหน่งงานกับผู้สมัครต่างชาติ ควรตรวจสอบว่าลักษณะงานจริงไม่เข้าข่ายอาชีพสงวน จุดที่ต้องระวังคือ "ชื่อตำแหน่ง" กับ "งานที่ทำจริง" ต้องเล่าเรื่องเดียวกัน

สิทธิของพนักงานต่างชาติ: เท่าคนไทยทุกข้อ

เมื่อจ้างถูกต้องแล้ว พนักงานต่างชาติได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานไทยเท่าพนักงานไทยทุกประการ ทั้งประกันสังคม วันหยุดวันลาตามกฎหมาย ค่าล่วงเวลา และค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง ฝั่งบริษัทจึงควรวางโครงสร้างสัญญาจ้างและสวัสดิการด้วยมาตรฐานเดียวกับพนักงานไทยตั้งแต่ต้น

ไทม์ไลน์ที่เป็นจริง

นับจากวันที่ตกลงรับผู้สมัครต่างชาติ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนวันเริ่มงานที่ตั้งใจไว้ สำหรับการเตรียมเอกสารฝั่งบริษัท การขอวีซ่าจากต่างประเทศ และการยื่นใบอนุญาตทำงาน บริษัทตั้งใหม่ควรเผื่อมากกว่านั้น เพราะเอกสารฝั่งบริษัทเองมักเป็นตัวหน่วงมากกว่าฝั่งพนักงาน

ถ้าบริษัทของคุณยังไม่มีนิติบุคคลในไทย

ทั้งหมดข้างบนอยู่บนสมมติฐานว่าคุณมีบริษัทจดทะเบียนในไทยแล้ว ถ้ายังไม่มี การจ้างพนักงานในไทย (โดยเฉพาะทีมคนไทย) ยังทำได้ผ่านบริการ Employer of Record (EOR) ส่วนกรณีต้องการจ้างชาวต่างชาติโดยที่คุณยังไม่มีนิติบุคคล เงื่อนไขจะเฉพาะตัวมากและผู้ให้บริการแต่ละเจ้าให้ข้อมูลไม่ตรงกัน เคสแบบนี้เล่าสถานการณ์ให้เราฟังก่อน แล้วเราประเมินให้ว่าเส้นทางไหนเป็นไปได้จริงสำหรับเคสของคุณ

สรุปเช็กลิสต์ก่อนเริ่ม

  • ทุนจดทะเบียนชำระแล้วพอไหม (2 ล้านบาทต่อ work permit 1 ใบ)
  • พนักงานไทยพอตามเกณฑ์ 4:1 ไหม
  • สถานะทะเบียน ภาษี และประกันสังคมของบริษัทเรียบร้อยหรือยัง
  • ลักษณะงานจริงไม่เข้าข่ายอาชีพสงวน
  • เผื่อเวลา 2-3 เดือนก่อนวันเริ่มงาน
  • กำหนดผู้รับผิดชอบเรื่องรายงาน 90 วันและการต่ออายุรายปี

การจ้างพนักงานต่างชาติมีรายละเอียดเฉพาะเคสอีกมาก ทั้งประเภทธุรกิจ สิทธิพิเศษบางกรณี และเงื่อนไขของตำแหน่งงาน Workwise เป็นบริษัทจัดหางานที่ทำงานกับลูกค้าต่างชาติเป็นประจำ เล่าเคสของคุณให้เราฟังได้ ปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

*กำหนดเวลาและเกณฑ์ในบทความอ้างอิงตามแนวทางของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ วันที่เผยแพร่ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดประกอบทุกครั้ง*

*เกณฑ์ข้างต้นเป็นหลักทั่วไป ณ วันที่ปรับปรุงบทความ (สิงหาคม 2569) เงื่อนไขจริงต่างกันตามประเภทกิจการและวีซ่า ควรตรวจสอบกับกรมการจัดหางานหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ*

ต้องการบทความเพิ่มเติม?

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสรรหาบุคลากร แนวโน้มการจ้างงาน และกลยุทธ์ด้านบุคลากรในประเทศไทย

ดูบทความทั้งหมด